” ราคาประเมินที่ดิน ” ใครเป็นผู้กำหนด

ใครเป็นผู้ประเมินราคาที่ดิน ใครเป็นผู้กำหนด
กรุณากรอกแบบฟอรม์ติดต่อพนักงาน

ประเภทเงินด่วน

ชื่อผลิตภัณฑ์

วงเงิน

อัตราดอกเบี้ย

ระยะเวลาผ่อน

สมัครเลย

เงินด่วน
เงินด่วน

เงินด่วน

5,000- 200,000 บาท

0.87%

6-48 เดือน

สินเชื่อโฉนดที่ดิน
สินเชื่อโฉนดที่ดิน

สินเชื่อโฉนดที่ดิน

5,000- 200,000 บาท

0.87%

6-48 เดือน

เงินด่วนทันใจ
เงินด่วนทันใจ

เงินด่วนทันใจ

5,000- 200,000 บาท

0.87%

6-48 เดือน

เงินด่วนออนไลน์
เงินด่วนออนไลน์

เงินด่วนออนไลน์

5,000- 200,000 บาท

1.15%

6-48 เดือน

เงินด่วนทันใจต่างจังหวัด
เงินด่วนทันใจต่างจังหวัด

เงินด่วนทันใจต่างจังหวัด

5,000- 200,000 บาท

1.15%

6-48 เดือน

ไลน์ เงินด่วน
ไลน์เงินด่วน

ไลน์เงินด่วน

5,000- 200,000 บาท

1.15%

6-48 เดือน

เงินด่วนทันใจในระบบ
เงินด่วนทันใจในระบบ

เงินด่วนทันใจในระบบ

1,000-20,000 บาท

0.87%

6-48 เดือน

พิโกไฟแนนซ์
พิโกไฟแนนซ์

พิโกไฟแนนซ์

1,000-20,000 บาท

0.87%

6-48 เดือน

เงินด่วน 30 นาทีถูกกฎหมาย
เงินด่วน 30 นาทีถูกกฎหมาย

เงินด่วน 30 นาทีถูกกฎหมาย

1,000-20,000 บาท

1.15%

6-48 เดือน

สารบัญ

เรื่องที่คนมีโฉนดที่ดินต้องรู้ ใครบ้างเป็นผู้กำหนด “ราคาประเมินที่ดิน” จะซื้อจะขายที่ดิน ไม่อยากถูกเอาเปรียบ โดนกดราคาต้องอ่านด่วน

ดินมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์เรา เพราะสามารถใช้ประกอบอาชีพได้ ไม่ว่าจะทำการเกษตร การสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่อปล่อยเช่า หรือแม้แต่การซื้อขายเก็บไว้เพื่อเกร็งกำไร ในบางพื้นที่ราคาที่ดินสูงมากเนื่องจาก เป็นย่านธุรกิจใจกลางเมือง แหล่งท่องเที่ยว หรือพื้นที่ที่มีทำเลดีเหมาะแก่การค้าขาย และทุกคนก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าราคาที่ดินจะไม่ลดลง มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากซื้อไว้ในปีนี้ที่คิดว่าราคาสูงอยู่แล้วแต่ถ้าผ่านไปสัก 5-10 ปี ราคาอาจจะเพิ่มเป็นเท่าตัวก็ได้ หรือใครที่ปล่อยให้เช่าที่ก็เป็นเสือนอนกินยาวๆไปเลย แล้วแบบนี้ใครเป็นคนกำหนดราคาที่ดินล่ะครับ…???

การซื้อขายที่ดินแต่ละครั้ง เราจะมีราคาประเมินที่ดิน 3 ราคาครับ คือ 1. ราคาประเมินที่ดินของภาคราชการ 2. ราคาประเมินที่ดินของภาคเอกชน และ 3. ราคาตลาด ซึ่งการประเมินราคาแต่ละแปลงก็จะเลือกแหล่งประเมินราคาที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสม

กรมที่ดิน

เป็นการกำหนดราคาโดยกรมธนารักษ์ เป็นราคากลางที่ใช้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมภาษีอากรครับ ซึ่งจะใช่เลขโฉนดในการประเมินราคาแล้วนำมาเทียบเคียงกัน แต่ถ้าหากค้นหาราคาประเมินที่ดินไม่เจอ ให้นำข้อมูลที่มีอยู่ติดต่อไปยังธนาคารเพื่อประเมินในเบื้องต้น

หรือวิเคราะห์จากราคาขายเฉลี่ยในละแวกใกล้เคียงกัน จะมีการสำรวจข้อมูลในทุกๆ 4 ปี และจะดูองค์ประกอบอื่นๆเพิ่มเติมด้วย เช่น ทำเลที่ตั้ง สภาพของพื้นที่ เศรษฐกิจ ทางเข้า-ออก ทุกอย่างมีผลต่อราคาประเมินที่ดินทั้งสิ้น

ถ้าที่ดินแปลงนั้นและถ้าหากที่ดินแปลงนั้นมีสิ่งปลูกสร้างด้วย ทางกรมที่ดินก็จะประเมินราคาของสิ่งปลูกสร้างนั้นเข้าไปด้วย ราคาที่ใช้ประเมิน ณ วันนี้ เป็นราคาที่มีการสำรวจตั้งแต่ก่อนปี 2555 แต่ถ้าหลังจากนั้นมีความเจริญเกิดขึ้นภายหลัง เช่น มีห้าง หรือมีถนนตัดผ่านหรือรถไฟฟ้าผ่าน จะมีการปรับราคาให้สูงขึ้นในรอบบัญชีถัดไป

และถ้าหากต้องการราคาประเมินที่ดินที่ละเอียดและชัดเจน ก็สามารถติดต่อได้ที่กรมที่ดิน สำนักงานจะตั้งอยู่ที่ธนารักษ์ของจังหวัดนั้นๆ

หากต้องการรายละเอียดหรือต้องการใบรับรองราคาประเมินที่ดินสามารถติดต่อกรมที่ดิน โดยมีค่าใช้จ่ายในการขอรับรองเป็นค่าคำขอแปลงละ 5 บาท ค่ารับรองฉบับละ 10 บาท และการติดต่อขอรับใบรับรองราคาประเมินที่ดิน จำเป็นต้องใช้เอกสารดังนี้

  • โฉนดที่ดินค่าใช้จ่ายในการรับรองราคาประเมิน

  • บัตรประชาชน

  • สำเนาทะเบียนบ้าน

หากสงสัยเกี่ยวกับราคาที่ดินของตัวเองสามารถเข้าไปได้เลยที่เว็บไซต์ http://property.treasury.go.th/pvmwebsite/index.asp ซึ่งคุณจะสามารถหาราคาที่ดินได้จากเลขที่โฉนด จากเลขที่ดิน ได้เลย

บริษัทประเมินราคาที่ดิน

ราคาประเมินของที่ดินนั้นไม่ได้ถูกกำหนดโดยหน่วยงานของรัฐฯ เท่านั้น เอกชนเองก็มี “บริษัทประเมินราคาที่ดิน” โดยจะใช้การประเมินจากข้อมูล 2 แหล่งคือ…ราคาประเมินที่ดินของกรมที่ดิน และอิงจากราคาตลาดนั่นเอง

ราคาประเมินที่ดินของภาคเอกชนนั้นจะเป็นการประเมินจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านราคาที่ดินของบริษัทเอกชน จะมีทั้งบริษัทประเมินราคาที่ดิน บริษัทที่ปรึกษาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงินต่าง ๆ ที่มีหน่วยงานประเมินราคาที่ดิน

และราคาที่ดินของเอกชนจะถูกอ้างอิงมาจากราคาประเมินของกรมที่ดินหรืออ้างอิงจากราคาตลาดก็ได้ หลังจากนั้นก็จะกำหนดเป็นรากลางขึ้นมา ซึ่งแต่ละบริษัทจะมีเกณฑ์ในการกำหนดราคาที่ไม่เหมือนกัน หากต่างบริษัทกันแต่เป็นพื้นที่เดียวกันราคาที่ดินก็จะแตกต่างกันออกไป แต่ก็จะมีราคาที่ใกล้เคียงกันคือไม่แตกต่างกันมากครับ

ปัจจัยสำคัญในการประเมินราคาที่ดินของเอกชน มีดังนี้

  • ราคาซื้อขายในตลาด (ราคาตลาด)

  • ราคาทรัพย์ที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินเคยปล่อยกู้ครั้งล่าสุด

  • ราคาประเมินจากกรมที่ดิน

  • มูลค่าการตกแต่งเพิ่มเติมในกรณีที่มีการต่อเติมทรัพย์สินนั้นๆ

ราคาตลาด

เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้นที่ดินทำเลดี ก็ไม่แปลกที่จะเป็นที่ต้องการของตลาดทำให้ราคานั้นปรับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ การประเมินที่ดินราคาตลาดก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนนิยมใช้กันมากในพื้นที่ที่เป็นย่านธุรกิจใจกลางเมืองหรือแหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น

การประเมินราคาที่ดินราคาตลาด คือ ราคาที่มีการซื้อขายในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งจะมีราคาจากฝั่งผู้ขายและราคาจากฝั่งผู้ซื้อ เรียกง่ายๆคือ ผู้ขายเป็นผู้กำหนดราคาขึ้นมาเอง โดยยึดเรทราคาเศรษฐกิจแถวๆนั้นเป็นหลัก และในบางพื้นที่ราคาประเมินที่ดินตลาดกับราคาประเมินที่ดินเอกชนอาจจะมีราคาที่ใกล้เคียงกันหรือเป็นราคาเดียวกัน แต่บางพื้นที่ราคาประเมินตลาดอาจจะสูงกว่าราคาประเมินที่ดินเอกชนก้ได้เช่นกันครับ

ควรเลือกราคาประเมินที่ดินแบบไหนดี??

ควรดูที่ดินเป็นหลักว่าเศรษฐกิจระแวกนั้นเป็นยังไง ราคาเหมาะสมกับราคาประเมินที่ดินแบบไหน เพราะราคาที่ดินของภาคเอกชนและราคาประเมินที่ดินตลาดส่วนใหญ่มักจะสูงกว่าราคาประเมินที่ดินของกรมที่ดิน ประมาณ 20-40% ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่นั้นๆด้วยครับ

ในการซื้อขายจริงๆ ผู้ซื้อและผู้ขายส่วนใหญ่จะเลือกราคาประเมินที่ดินของบริษัทเอกชนกับราคาประเมินที่ดินตลาดเป็นหลัก มีน้อยมากที่จะซื้อขายกันตามราคาประเมินที่ดินของกรมที่ดิน แต่เราก็ต้องนำราคาประเมินที่ดินทั้ง 3 ราคา มาเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจเรื่องราคาว่าจะกำหนดราคาขายหรือควรจะซื้อที่ในราคาเท่าไหร่

สรุป-ราคาประเมินที่ดิน

ก่อนที่จะทำการซื้อขายที่ดินแต่ละครั้งควรเลือกราคาประเมินที่ดินให้เหมาะสมกับที่ดินเพื่อจะได้ราคาประเมินที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับราคาซื้อขายจึงจะมีประโยชน์สูงสุดทั้งผู้ซื้อและผู้ขายครับ และถ้าที่ดินของคุณประเมินได้ต่ำกว่าราคาประเมิน เพราะเพื่อนแท้ เงินด่วน เราให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 200,000 บาท มีเงินพอไปจัดการกับวิกฤตแน่นอน